ตราสารหนี้

ตราสารหนี้ คืออะไร

ตราสารหนี้ คือ เอกสารทางการเงินหรือสัญญาที่แสดงถึง “การกู้ยืมเงิน” ระหว่าง ผู้ออกตราสาร (เช่น รัฐบาลหรือบริษัท) กับ ผู้ลงทุน (เช่น ประชาชนทั่วไปหรือสถาบันการเงิน) โดยผู้ออกตราสารให้คำมั่นว่า จะจ่ายดอกเบี้ยตามกำหนดเวลา และคืนเงินต้นเมื่อครบอายุของตราสาร

ตอนที่ 1 : ประเภทของตราสารหนี้ที่ควรรู้

ตอนที่ 2 : วิธีเลือกตราสารหนี้ให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงิน

ตอนที่ 3 : บทบาทของตราสารหนี้ในพอร์ตการลงทุน

ตอนที่ 4 : ข้อดีข้อเสียของการลงทุนในตราสารหนี้

ตอนที่ 5 : สรุป

ประเภทของ ตราสารหนี้ ที่ควรรู้

ตราสารหนี้
  1. พันธบัตรรัฐบาล
  • ออกโดยรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐ เช่น กระทรวงการคลัง เพื่อระดมทุนไปใช้ในโครงการพัฒนาประเทศ
  • ความเสี่ยงต่ำมาก
  • เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เน้นความมั่นคง

 

  1. หุ้นกู้ภาคเอกชน 
  • ออกโดยบริษัทเอกชนเพื่อนำเงินไปขยายกิจการหรือชำระหนี้
  • ให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล
  • มีความเสี่ยงขึ้นอยู่กับความมั่นคงของบริษัทผู้ออก

 

  1. ตั๋วเงินคลัง
  • เป็นแบบระยะสั้น (อายุไม่เกิน 1 ปี) ออกโดยกระทรวงการคลัง
  • มีสภาพคล่องสูง
  • เหมาะกับผู้ต้องการลงทุนระยะสั้น

 

  1. ระยะยาว
  • อายุเกิน 1 ปี เช่น พันธบัตรอายุ 5 ปี 10 ปี 15 ปี
  • เหมาะกับผู้ที่วางแผน ลงทุนออนไลน์ ระยะยาว
  • ได้รับดอกเบี้ยตามงวด

 

  1. จ่ายดอกเบี้ยลอยตัว 
  • อัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงได้ตามอ้างอิง เช่น อัตราดอกเบี้ยธนาคารกลาง
  • ปรับตามภาวะตลาด ลดความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยคงที่

วิธีเลือก ตราสารหนี้ ให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงิน

ตราสารหนี้
  1. รู้จักเป้าหมายการเงินของตัวเองก่อน
  • คุณต้องการ เงินต้นคืนเมื่อไร? (ระยะสั้น กลาง หรือยาว)
  • คุณต้องการ รายได้สม่ำเสมอ หรือแค่เก็บเงินไว้ให้ปลอดภัย
  • คุณ รับความเสี่ยงได้แค่ไหน

 

  1. จับคู่เป้าหมายกับประเภทตราสารหนี้
  • เก็บเงินฉุกเฉิน : ที่เหมาะสม เช่น ตั๋วเงินคลัง / ระยะสั้น อายุไม่เกิน 1 ปี, สภาพคล่องสูง
  • เกษียณอายุ : ที่เหมาะสม เช่น พันธบัตรรัฐบาลระยะยาว / หุ้นกู้ที่มั่นคง เน้นความมั่นคง, ดอกเบี้ยสม่ำเสมอ
  • สร้างรายได้ประจำ : ที่เหมาะสม เช่น ที่จ่ายดอกเบี้ยรายงวด ช่วยเสริมกระแสเงินสดรายเดือน/ไตรมาส
  • ยอมเสี่ยงเพื่อผลตอบแทนเพิ่ม : ที่เหมาะสม เช่น หุ้นกู้ภาคเอกชน / อันดับรอง ควรศึกษาความน่าเชื่อถือของบริษัทก่อนลงทุน

 

  1. ดูคะแนนเครดิต & ความน่าเชื่อถือของผู้ออก
  • เลือกที่มี เครดิตเรตติ้งสูง (เช่น AAA, AA) จากสถาบันจัดอันดับ เช่น TRIS, Fitch
  • หลีกเลี่ยงที่ไม่มีการจัดอันดับ หรืออันดับต่ำ เว้นแต่คุณพร้อมรับความเสี่ยงสูง

 

  1. ดูคะแนนเครดิต & ความน่าเชื่อถือของผู้ออก
  • ถ้าคุณต้องการ ความยืดหยุ่น ให้เลือกระยะสั้น
  • ถ้าคุณต้องการ ผลตอบแทนสูงกว่า และไม่รีบใช้เงิน เลือกระยะยาว

 

  1. กระจายความเสี่ยงด้วยกองทุนตราสารหนี้
  • ลงทุนผ่าน กองทุนรวม (ทั้งในประเทศและต่างประเทศ)
  • ได้ผู้จัดการกองทุนดูแลให้
  • มีความหลากหลาย และสภาพคล่องดี

บทบาทของ ตราสารหนี้ ในพอร์ตการลงทุน

  1. ลดความผันผวนของพอร์ต
  • มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น จึงช่วยลดความผันผวนโดยรวมของพอร์ต 
  • เมื่อตลาดหุ้นผันผวน มักยังคงให้ผลตอบแทนที่มั่นคง 
  • เหมาะมากสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก หรือผู้สูงอายุใกล้เกษียณ

 

  1. สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ 
  • ส่วนใหญ่ให้ ดอกเบี้ยเป็นงวด (เช่น ราย 6 เดือน หรือปีละ 1 ครั้ง)
  • จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ มีรายได้ประจำ โดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ออกมา

 

  1. เป็นฐานที่มั่นคงของพอร์ต 
  • พอร์ตที่ดีไม่ควรมีแต่หุ้นหรือตราสารเสี่ยง แต่ควรมี แกนกลาง ที่มั่นคง
  • ทำหน้าที่เสมือน เครื่องถ่วงน้ำหนัก ให้พอร์ต ลงทุนออนไลน์ ไม่เอียงจนเกินไป

 

  1. ช่วยกระจายความเสี่ยง 
  • เมื่อลงทุนกระจายไปทั้งตราสารทุน และสินทรัพย์ทางเลือก จะช่วยลดความเสี่ยงโดยรวม
  • มักมี ความสัมพันธ์กลับกันกับหุ้น (หุ้นลง แต่ตราสารหนี้อาจขึ้น)

 

  1. เหมาะกับการบริหารเป้าหมายระยะยาว 
  • ช่วยบริหารเงินให้ตรงกับ เป้าหมายที่แน่นอนในอนาคต เช่น ส่งลูกเรียน, เกษียณ, ซื้อบ้าน
  • มีวันครบอายุ และรู้ผลตอบแทนชัดเจน ทำให้วางแผนได้แม่นยำ

ข้อดีข้อเสียของการลงทุนในตราสารหนี้

ตราสารหนี้

ข้อดี

  • ความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น : โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลมีโอกาสขาดทุนน้อยมาก เหมาะสำหรับผู้ต้องการความมั่นคง
  • รายได้สม่ำเสมอ : ได้ดอกเบี้ยตามงวด (เช่น ทุก 6 เดือน หรือทุกปี) ช่วยสร้างกระแสเงินสดต่อเนื่อง
  • รู้ผลตอบแทนแน่นอน : ผู้ถือจะรู้ตั้งแต่ต้นว่าจะได้ดอกเบี้ยเท่าไร และเงินต้นคืนเมื่อไร หากถือจนครบกำหนด
  • ช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ต : ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ที่ช่วย “ถ่วงดุล” หุ้นหรือทรัพย์สินเสี่ยงอื่นในพอร์ต
  • มีหลากหลายทางเลือก : ทั้งพันธบัตรรัฐบาล, หุ้นกู้เอกชน, ตั๋วเงินคลัง, หรือกองทุนตราสารหนี้ที่เลือกได้ตามระดับความเสี่ยง

ข้อเสีย

  • ผลตอบแทนต่ำกว่าสินทรัพย์เสี่ยง : เมื่อเทียบกับหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์ ให้ผลตอบแทนไม่สูงนัก (แต่แลกกับความเสี่ยงต่ำ)
  • เสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย : หากดอกเบี้ยตลาดปรับขึ้น ราคาในตลาดรองจะลดลงทันที
  • เสี่ยงเครดิต : หากเป็นหุ้นกู้ของเอกชน อาจมีความเสี่ยงที่ผู้ออกผิดนัดชำระหนี้ 
  • ขาดสภาพคล่องในบางประเภท : บางประเภทขายต่อได้ยาก หรืออาจถูกบังคับให้ขายขาดทุนหากต้องการเงินด่วน
  • ผลกระทบจากเงินเฟ้อ : ดอกเบี้ยมักคงที่ หากเงินเฟ้อพุ่งขึ้นสูง ค่าเงินที่ได้กลับมาจะมีมูลค่าลดลง

สรุป

เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ให้ผู้ลงทุนปล่อยกู้แก่ผู้ออกตราสาร เช่น รัฐบาลหรือบริษัท แลกกับ ดอกเบี้ยตอบแทนเป็นระยะ และ คืนเงินต้นเมื่อครบกำหนด ใครที่ไม่รู้ว่าจะวางเงินไว้ไหนในระยะสั้นที่ความเสี่ยงต่ำและได้ค่าตอบแทนที่สูงก็ลงทุนได้เลยครับ